rusembcam.org

Ethereum เหรียญที่สร้างผลตอบแทนมากกว่า Bitcoin

Ethereum ไม่ได้เป็นแค่สกุลเงินดิจิตอล แต่เป็น Platform ชนิดหนึ่ง ที่จะให้ใครสามารถสร้างและพัฒนาอะไรก็ได้ขึ้นมาใน platform ถ้าคุณซื้อบิดคอยด์ก็เหมือนคุณซื้อทองแต่ถ้าคุณซื้อ Ethereum จะเหมือนกับคุณซื้อหุ้นในบริษัทเช่น ถ้ากิจการของคุณไปได้ดี ธุรกิจเติบโตขึ้นมีคนใช้งานมากขึ้น รายได้ก็จะมากขึ้น มูลค่าของหุ่นคุณก็จะสูงขึ้น ซึ่งเราจะต้องกล่าวถึงบิดคอยด์ก่อนก่อนที่จะกล่าวถึงสิ่งอื่น เพราะบิดคอยด์เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ซึ่งบิดคอยด์มีวัตถุประสงค์ที่ออกแบบมาเพื่อ ให้เป็นสกุลเงินของโลกเพื่อเป็นตัวกลางให้คนทั้งโลกได้ใช้กันโดยปราศจากตัวกลาง ในสมัยก่อนเราจะต้องทำธุรกรรมผ่านตัวกลาง ธนาคาร แต่ทุกวันนี้เรามีบิดคอยด์เราก้สามารถที่จะทำได้เลยโดยที่ไม่มีตัวกลาง

Ethereum ถูกสร้างโดย Vitalik Buterin เค้าอายุเพียงแค่ 19 ปีในปี2011 เป็นผู้ก่อตั้งร่วม Bitcoin Magazine เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับบิดคอยด์ ซึ่งเค้าก็คิดว่าบิดคอยด์มันทำได้แค่โอนเงินให้กัน เอาไปซื้อของ แล้วก็เก็บไว้ให้ราคามันขึ้น ซึ่งมันก็ทำได้แค่นี้ ซึ่งจริงๆแล้วมันก็มีประโยชน์มากแล้ว เพียงแต่เค้าแค่รู้สึกว่า มันไปได้ไกลกว่านี้ คือเค้าต้งการที่จะ Decentralized คือการกำจัดตัวกลางทางการเงิน

ซึ่ง Bitcoin แตกต่างกับ Ethereum ที่ Bitcoin ต้องการที่จะเป็น World Money คือเป้นสกุลเงินของโลกแต่ Ethereum ต้องการที่จะเป็น Would computer คือเป็นคอมพิวเตอร์ของโลกเพราะฉะนั้น Ethereum ไม่ใช้แค่สกุลเงินของดิจิตอลแต่ Ethereum จะเป็น Platform ชนิดหนึ่งที่จะให้ใครสามารถมาพัฒนาหรือสร้างอะไรก็ได้ใน Platform ของเค้า ถ้าเปรียบง่ายๆก็เหมือน อินเตอร์เน็ต แล้วก็มีเว็บไซต์ มีโซเชียลมีเดียสร้างอยู่บน Ethereum Block chain ทีนี้อะไรก็ตามที่สร้างอยู่บนนี้จะถูกเรียกว่า Decantralized Application หรือที่เรียกว่า Dapps นั่นเองนอกจากนั้น Ethereum ยังเป็น Open Source Platform ที่แปลว่าเพลตฟอร์มที่สามารถปรับแต่งและแก้ไขได้อย่างเสรีและมันก็จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่จะใช้งาน Ethereum โดยจะจ่ายเป็น Ether คือสกุลเงินของ Ethereum เพราะฉะนั้นคนลงทุนในEthereum แต่จริงๆแล้วเค้าไม่ได้ลงทุนที่ Ethereum แต่เค้าลงทุนใน Etherซึ่งส่วนมากคนมักจะเรียกสลับกัน แต่ก็ไม่เป็นไรแต่ให้คุณเข้าใจไว้เฉยๆว่า Ethereum เป็น Plat formส่วน Ether นั้นเป็นสกุลเงินของเพลตฟอร์มนี้

ทีนี้ถ้ามีคนทำอะไรก็ตามบน Platform ของ Ethereum จะต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมที่เรียกกันว่า  Gas Fee ซึ่ง Gas Feeจะเป็นค่าของ Ether ซึ่ง Etherจะไปที่นักพัฒนา และนักขุด จะเหมือนกันกับ Bitcoin ซึ่ง Ethereum จะมีหัวใจหลักๆคือ Smart contract คือสัญญาอัจฉริยะ ซึ่งก็เหมืนกับโลกทั่วๆไปที่จะทำสัญญากู้ยืมเงินหรืออะไรก็แล้วแต่ เพียงแต่ว่า Ethereum มันจะอยู่บนบ็อคเชน จุดเด่นของ Smart contract คือ มันจะสามารถที่จะทำงานด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องมีใครมาเฝ้า ไม่ต้องมีใครมาสั่ง และทุกข้อตกลงมันจะถูกเขียนออกมาเป็นโคช ลงบนบ็อคเชนของ Ethereum โดยที่ Ethereum จะสามารถเอาไปใช้งานได้หลายแบบ เช่น การเช่าห้อง สินเชื่อเงินสด ถ้าคุณมีเงินคุณก็สามารถเช่าอยู่ได้แต้ถ้าคุณไม่จ่ายเงินคุณก็ไม่สามารถเข้าห้องได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกสร้างขึ้น บนPlatform ของ Ethereum เค้าเรียกว่า Decantralized Application หรือที่เรียกว่า Dapps นั่นเอง ซึ่งมันจะแตกต่างกับแอปพลิเคชันทั่วไปคือ

1.ไร้ตัวกลาง

2.ไม่มีคนควบคุม

ซึ่งเจ้า Decantralized Application หรือที่เรียกว่า Dapps จะมีมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกมส์ ศิลปะและจุดเด่นที่แตกต่างกันของบิดคอยด์และ Ethereum คือ

1.Bitcoin จะมีจำนวนจำกัดถูกจำกัดไว้แค่ 21 ล้านเหรียญ แต่ Ethereum จะมีจำนวนมากไม่จำกัดซึ่ง bitcoinใน 1ปีที่ผ่านมาโตถึง 300เปอร์เซ็นต์ แต่ Ethereum 1 ปีที่ผ่านมาโตขึ้นถึง 3000 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะในช่วงหลังๆมีการใช้ Ethereum กันเยอะในรูปแบบ 2รูปแบบก็คือ

1.Defi คือระบการเงินแบบไร้ตัวกลาง

2.NFT คือเป็นที่นิยมมากและค่อนข้างที่จะใหม่ และตลาดก็น่าจะไปได้ไกลและนั้นก็คือผลที่ทำให้ราคาของ Ethereum สูงขึ้นเรื่อยๆ และด้วยเหตุผลนี่เองจึงทำให้นักลงทุนคิดว่า Ethereum น่าจะไปไกลได้มากกว่า Bitcoin เพราะมันสามารถทำได้หลายอย่างมากกว่า Bitcoin